สังยุตตนิกาย

นิทานวรรค

ภิกขุสังยุตต์

๑๒. สหายสูตร

ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ภิกษุผู้เป็นเพื่อนกัน ๒ รูป ซึ่งเป็นสัทธิวิหาริกของท่านพระมหากัปปินะเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ฯ

พระผู้มีพระภาคได้ทอดพระเนตรเห็นเธอทั้ง ๒ มาอยู่แต่ไกล จึงตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสถามว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอเห็นภิกษุสหาย ๒ รูปผู้เป็นสัทธิวิหาริกของมหากัปปินะกำลังมาอยู่นั่นหรือไม่ ฯ

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า เห็น พระเจ้าข้า ฯ

พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุ ๒ รูปนั่นแล มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก แต่ไม่ได้สมาบัติ ที่เธอไม่เคยเข้าง่ายนัก เธอทั้ง ๒ กระทำให้แจ้งซึ่งที่สุดแห่งพรหมจรรย์อันยอดเยี่ยม ซึ่งกุลบุตรทั้งหลายออกบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการนั้น ด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ ฯ

พระผู้มีพระภาคผู้สุคตศาสดา ครั้นได้ตรัสไวยากรณภาษิตนี้แล้ว จึงได้ตรัสคาถาประพันธ์ต่อไปว่า

ภิกษุเหล่านี้เป็นสหายกัน เป็นผู้มีความรู้คู่เคียงกันมาตลอดกาลนาน สัทธรรมของเธอเหล่านั้นย่อมเทียบเคียงได้ในธรรมที่พระพุทธเจ้าประกาศแล้ว เธออันกัปปินะแนะนำดีแล้วในธรรมที่พระอริยเจ้าประกาศแล้ว เธอทั้งสองชำนะมารพร้อมทั้งพาหนะได้แล้ว ย่อมทรงไว้ซึ่งอัตภาพมีในที่สุด ดังนี้ ฯ

จบสูตรที่ ๑๒

จบภิกขุสังยุตต์ที่ ๙

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. โกลิตสูตร ๒. อุปติสสสูตร ๓. ฆฏสูตร ๔. นวสูตร ๕. สุชาตสูตร ๖. ภัททีสูตร ๗. วิสาขสูตร ๘. นันทสูตร ๙. ติสสสูตร ๑๐. เถรนามสูตร ๑๑. กัปปินสูตร ๑๒. สหายสูตร ฯ

รวมสังยุตต์ที่มีในภาคนี้ คือ ๑. อภิสมยสังยุตต์ ๒. ธาตุสังยุตต์ ๓. อนมตัคคสังยุตต์ ๔. กัสสปสังยุตต์ ๕. ลาภสังการสังยุตต์ ๖. ราหุลสังยุตต์ ๗. ลักขณสังยุตต์ ๘. โอปัมมสังยุตต์ ๙. ภิกขุสังยุตต์ ฯ

จบนิทานวรรคสังยุตต์