สังยุตตนิกาย

สคาถวรรค

พรหมสังยุต

ปฐมวรรคที่ ๑

ตุทุพรหมสูตรที่ ๙

สาวัตถีนิทาน ฯ

ก็โดยสมัยนั้นแล พระโกกาลิกภิกษุเป็นผู้อาพาธ ถึงความลำบากเป็นไข้หนัก ฯ

ครั้งนั้นแล ตุทุปัจเจกพรหมเมื่อราตรีปฐมยามล่วงไปแล้วมีรัศมีอันงามยิ่งนัก ยังพระวิหารเชตวันทั้งสิ้นให้สว่าง เข้าไปหาพระโกกาลิกภิกษุจนถึงที่อยู่ ครั้นแล้วได้ยืนในเวหาส กล่าวคำนี้กะพระโกกาลิกภิกษุว่า

“ข้าแต่ท่านโกกาลิก ท่านจงทำจิตให้เลื่อมใสในพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะเป็นผู้มีศีลเป็นที่รัก” ฯ

พระโกกาลิกภิกษุถามว่า “ผู้มีอายุ ท่านเป็นใคร” ฯ

ตุทุปัจเจกพรหมตอบว่า “เราคือตุทุปัจเจกพรหม” ฯ

พระโกกาลิกภิกษุกล่าวว่า “ผู้มีอายุ พระผู้มีพระภาคได้ทรงพยากรณ์ท่านแล้วว่าเป็นพระอนาคามีมิใช่หรือ ไฉนเล่าท่านจึงยังมาเที่ยวอยู่ในที่นี้ จงเห็นเถิดว่า ก็นี่เป็นความผิดของท่านเพียงไร ฯ

ตุทุปัจเจกพรหมได้กล่าวว่า ชนพาลเมื่อกล่าวคำเป็นทุพภาษิต ชื่อว่าย่อมตัดตนด้วยศัสตราใด ก็ศัสตรานั้นย่อมเกิดในปากของบุรุษผู้เกิดแล้ว ฯ ผู้ใดสรรเสริญผู้ที่ควรถูกติ หรือติผู้ที่ควรได้รับความสรรเสริญ ผู้นั้นชื่อว่าสั่งสมโทษด้วยปาก เพราะโทษนั้นเขาย่อมไม่ประสบความสุข ฯ ความปราชัยด้วยทรัพย์ในเพราะการพนันทั้งหลาย พร้อมด้วยสิ่งของของตนทั้งหมดก็ดี พร้อมด้วยตนก็ดี ก็เป็นโทษเพียงเล็กน้อย ฯ

บุคคลใดทำใจให้ประทุษร้ายในท่านผู้ปฏิบัติดีทั้งหลาย ความประทุษร้ายแห่งใจของบุคคลนั้นเป็นโทษใหญ่กว่า ฯ บุคคลตั้งวาจาและใจอันลามกไว้ เป็นผู้มักติเตียนพระอริยเจ้า ย่อมเข้าถึงนรกซึ่งมีปริมาณแห่งอายุถึงแสนสามสิบหกนิรัพพุทกัป ห้าอัพพุท ฯ