สังยุตตนิกาย

สคาถวรรค

วนสังยุต

ปากตินทริยสูตรที่ ๑๓

สมัยหนึ่ง ภิกษุมากด้วยกันพำนักอยู่ในแนวป่าแห่งหนึ่งในแคว้นโกศล ล้วนเป็นผู้ฟุ้งซ่าน เห่อเหิม ขี้โอ่ ปากกล้า พูดเหลวไหลมีสติฟั่นเฟือน ไม่รู้สึกตน ไม่หนักแน่น จิตไม่มั่นคง มีอินทรีย์อันเปิดเผย ฯ

ครั้งนั้นแล เทวดาผู้สิงอยู่ในแนวป่านั้นมีความเอ็นดูใคร่ประโยชน์แก่ภิกษุเหล่านั้น หวังจะให้พวกเธอสังเวชจึงเข้าไปหาถึงที่อยู่ ครั้นแล้วได้กล่าวกะพวกเธอด้วยคาถาว่า ภิกษุทั้งหลายผู้เป็นสาวกของพระสมณโคดมในกาลก่อน มีปกติเป็นอยู่ง่าย ไม่มักได้ แสวงหาบิณฑบาต ไม่มักได้แสวงหาเสนาสนะ ท่านเหล่านั้นรู้ความไม่เที่ยงในโลกแล้ว ได้กระทำที่สุดแห่งทุกข์แล้ว ทำตนให้เป็นผู้เลี้ยงยาก ประดุจผู้เอาเปรียบชาวบ้านในบ้าน กินแล้วแล้วก็นอนหมกมุ่นอยู่ในเรือนของคนอื่น เราขอกระทำอัญชลีแก่พระสงฆ์แล้ว ขอกล่าวถึงภิกษุที่ควรกล่าวบางพวกในพระศาสนานี้ ท่านเหล่านั้นถูกเขาทอดทิ้งหาที่พึ่งมิได้ เหมือนอย่างคนที่ตายแล้วถูกเขาทอดทิ้งไว้ในป่าช้า ฉะนั้น เรากล่าวหมายถึงภิกษุจำพวกที่เป็นผู้ประมาทอยู่ แต่ท่านเหล่าใดเป็นผู้ไม่ประมาทอยู่ เราขอกระทำการนอบน้อมแก่ท่านเหล่านั้น ฯ

ลำดับนั้นแล ภิกษุเหล่านั้นเป็นผู้อันเทวดานั้นให้สังเวชถึงซึ่งความสลดใจแล้วแล ฯ